Thai   Eng





Calculator
Currency Converter
Time Zone



Home > Thailand > Chiang Mai


Tour Title : Series AJ Katha Chian Mai - Lumpoon
Travel Code: (16 Mar 10)
Location : Chiang Mai
Duration : 3 days/2 nights

วิทยากรบรรยาย : อาจารย์ คฑา ชินบัญชร นักพยากรณ์ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ และ พรีเซนเตอร์โครงการ “เที่ยวทั่วไทย สุขใจเสริมมงคล 3 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2550 - 2552” 

อาจารย์คฑา ชินบัญชร เชิญท่านเดินทางสู่ “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” นั่นก็คือ จังหวัดเชียงใหม่นั่นเอง แต่คราวนี้ไม่ได้เป็นการท่องเที่ยวเชียงใหม่ในรูปแบบเดิม แต่ท่านจะสัมผัสกับการนั่งรถม้าชมเวียงกุมกาม อาณาจักรล้านนาโบราณ เสมือนหนึ่งได้ย้อนยุคกลับไปอยู่ในสมัยนั้น ชมพิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศแห่งแรกของประเทศไทย ชมวัดแปลกที่ไม่ได้ตั้งอยู่เหนือพื้นดินเหมือนวัดอื่นๆ แต่วัดนี้มีความแปลกอยู่ที่เป็นอุโมงค์ที่มีทางเดินทางถึง 4 ช่อง เดินทะลุถึงกันได้ และร่วมทำวัตรเย็นกับพระสงฆ์ของวัดพระธาตุดอยสุเทพเพื่อความเป็นสิริมงคล อีกทั้งท่านจะได้เดินทางสู่จังหวัดลำพูน ซึ่งใครจะทราบว่าจังหวัดเล็กๆนี้ จะมีประวัติความเป็นมายาวที่สุดในภาคเหนือ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อาทิ พระพุทธบาทห้วยต้ม พระพุทธบาทตากผ้า รอให้ท่านไปชมอยู่ ครั้งนี้ท่านจะได้ทั้งอิ่มบุญ อิ่มท้องไปกับอาหารพื้นเมืองเลิศรส อิ่มใจไปกับรีสอร์ตหรูสไตล์บูติค และบริการจากชาวเชียงใหม่ที่อ่อนหวานงดงามจนท่านไม่มีวันลืม


Itinerary :
วันที่หนึ่ง
« กรุงเทพฯ « เชียงใหม่ « นั่งรถม้าชมเวียงกุมกาม « พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ « วัดอุโมงค์ « พระธาตุดอยสุเทพ «
06.00 น.
พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์  F สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส
อย่าลืมพกพาบัตรประชาชนโชว์ความสวยหล่อไปด้วย
08.05 น.   
เหินฟ้าสู่เมืองแห่งอาณาจักรล้านนา นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่  โดย สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เที่ยวบินที่ PG 215 ดูแลและต้อนรับคุณด้วยสจ๊วตหนุ่มหล่อ แอร์โอสเตสสาวสวย ให้ที่พร้อมให้บริการคุณด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
09.20 น.   
ถึงสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ โดยสวัสดิภาพ  จากนั้นนำท่านเช็คอินเข้าสู่ที่พัก The Bodhi Serene, Chiang Mai  โรงแรมสไตล์บูติค เพื่อเก็บสัมภาระ และยืดเส้นสายสักเล็กน้อยก่อนจะออกเดินทางท่องเที่ยวเมืองล้านนา
10.00 น.   
นั่งรถม้าย้อนอดีตสู่นครเวียงกุมกาม เมืองโบราณแห่งนี้นับว่าเป็นเมืองที่สำคัญเมืองหนึ่งในอดีตที่พญามังราย หรือ พ่อขุนเม็งราย ทรงโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1829 ตลอดทางของการนั่งรถม้าท่านจะได้ชมโบราณสถานต่างๆ อาทิ วัดอีค่าง วัดหนานช้าง วัดปู่เปี้ย วัดธาตุขาว วัดพระเจ้าองค์ดำ วัดพญามังราย วัดเจดีย์เหลี่ยม วัดกู่ป่าด้อม วัดช้างค้ำ ถือเป็นการไหว้พระ 9 วัดเพื่อความเป็นสิริมงคลไปด้วย
 
 หลังจากที่ไปชมศิลปะของโบราณสถานของไทยแล้ว ไปชมศิลปะแบบอินเดียกันบ้างที่ พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ ซึ่งมีองค์พระพิฆเนศประมาณ 1,000 กว่าองค์  มีปางต่างๆมากมาย ถือเป็นพิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศแห่งแรกของประเทศไทย เหมาะให้ผู้ที่เลื่อมใสศรัทธามาสักการะบูชา และมาศึกษาเรื่องราวของพระพิฆเนศได้อย่างเจาะลึก โดยไม่ต้องไปไกลถึงอินเดีย
กลางวัน
อิ่มบุญกันมาแล้ว มาอิ่มท้องกันบ้าง ที่ห้องอาหารกาแล  เมนูรสเลิศที่ต้องลอง : ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง ปลาทับทิมทอดสมุนไพร ไก่กาแล
บ่าย
ไปชมวัดแปลกแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ที่มีลักษณะเป็นอุโมงค์ วัดนี้เลยถูกตั้งชื่อว่า วัดอุโมงค์ สร้างขึ้นในสมัยพญามังรายราวปี พ.ศ. 1839 เพื่อให้ฝ่ายอรัญวาสีจำพรรษา ต่อมาพญากือนา ทรงสร้างอุโมงค์ขึ้นเพื่อให้พระมหาเถระจันทร์ใช้เป็นที่วิปัสสนากรรมฐาน อุโมงค์นี้มีลักษณะเป็นกำแพงภายในเป็นทางเดินหลายช่องทะลุกันได้ ภายในอุโมงค์เคยมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง สันนิษฐานว่าวาดในระหว่าง พ.ศ.1900-2000 แต่เดิมคงเป็นภาพจิตรกรรมเต็มบริเวณของทุกห้อง ส่วนใหญ่เป็นภาพดอกบัว ดอกโบตั๋น และ นกต่างๆ เช่น นกยูง นกกระสา นกแก้ว และนกเป็ดน้ำ  ที่สำคัญวัดนี้เป็นสวนพุทธธรรมเหมาะแก่การนั่งวิปัสสนากรรมฐานด้วย
เย็น
 ไปนมัสการ พระธาตุดอยสุเทพ ถือเป็นไฮไลท์แห่งหนึ่งในการมาเยี่ยมชมเมืองเชียงใหม่ ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้สักการะพระธาตุดอยสุเทพที่เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะแม  เรายังจะได้ร่วมทำวัตรเย็นกับพระสงฆ์ พร้อมสวดมนต์ในรูปแบบของอาจารย์คฑา (บทสวดบารมี 30 ทัศ) นั่งสมาธิเพื่อระลึกถึงบุญคุณแผ่นดิน เป็นสิริมงคลแก่ตัวท่านและครอบครัว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่หาทำได้ยาก จะมีโอกาสทำได้เฉพาะในโอกาสพิเศษๆเท่านั้น ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งท่านจะได้ชมบรรยากาศยามเย็นพร้อมชมพระอาทิตย์ตกจากบนยอดดอยแห่งนี้ด้วย
 
ลงจากยอดดอยแล้วมารับประทานอาหารเย็นสไตล์ล้านนา พร้อมฟังดนตรีโฟคซองค์ ในบรรยากาศสบาย สบายที่ร้าน บ้านไร่ยามเย็น ชิมเมนูเด็ด : ยำยอดมะขาม ส้าผักแพะ แกงผักหวาน
กลับสู่โรงแรมที่พัก เพื่อพักผ่อนเต็มที่พร้อมรับวันใหม่  
 
วันที่สอง
« เชียงใหม่ « ลำพูน « วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม « วัดพระพุทธบาทตากผ้า « โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา « เชียงใหม่ «
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
08.00 น.
ออกเดินทางสู่ จังหวัดลำพูน หรือนครหริภุญไชย ใครจะรู้ว่าจังหวัดเล็กๆแห่งนี้ จะเป็นจังหวัดที่มี ประวัติความเป็นมาอันยาวนานที่สุดในภาคเหนือ มีอายุการก่อสร้างเมืองเป็นเวลา 1,300  ปีเศษ
 
สถานที่แห่งแรกที่จะพาไปชมคือ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม เป็นวัดที่มีรอยพระพุทธบาท ทำให้ทราบว่าพระพุทธเจ้าแสดงมาโปรดเวไนยสัตว์ ณ ที่แห่งนี้ โดยประทับรอยพระพุทธบาทไว้บนก้อนหิน  ภายในวัดมีพื้นที่กว้างขวาง มีสิ่งก่อสร้างทำจากศิลาแลงที่ขุดได้จากบ่อศิลาแลงด้านหลังของวัด และมีองค์พระธาตุที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม โดยครูบาชัยวงศา พระอาจารย์ชื่อดังของทางภาคเหนือเป็นผู้บูรณะก่อสร้างและจากศรัทธาของบรรดาชาวกะเหรี่ยงที่อยู่รอบบริเวณวัด
 
สักการะ พระพุทธตากผ้า ตามตำนานเล่าว่าพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาประทับที่นี่ แล้วทรงนำจีวรออกตากกับหน้าผาหินแถวนั้น ซึ่งปัจจุบันก็ยังปรากฏเป็นรอยตารางคล้ายจีวรของพระอยู่จนทุกวันนี้ จากนั้นจึงทรงอธิษฐานเหยียบพระบาท ประดิษฐานรอยไว้บนลานผาลาดซึ่งเป็นที่ตั้งวัดในปัจจุบัน
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไย เมนูเด็ดคือ ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไย และ ก๋วยเตี๋ยวโบราณทรงเครื่อง
บ่าย
ไปเยี่ยมชม โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา โรงเรียนแห่งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าพระราชทานนาม ซึ่งมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ ได้ก่อตั้งโรงเรียนเพื่อเด็กหญิงกำพร้าที่พ่อแม่เสียชีวิตเพราะโรคเอดส์ หรือเด็กที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง เด็กยากจน ด้อยโอกาส เป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน ให้เด็กกินนอนอยู่ที่โรงเรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น และจะได้เห็นความน่ารักสดใสของเด็กๆเหล่านั้น ถึงแม้ทางบ้านจะมีปัญหา แต่เด็กเหล่านี้ก็ไม่ได้ถูกทอดทิ้งจากสังคม ทำให้พวกเขายังเป็นอนาคตที่ดีของชาติต่อไปได้
เย็น
หลังจากเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว มาเติมพลังกับอาหารเย็น ณ ร้านอาหารเฮือนโบราณบ้านร้อยปี ชิมเมนูเด็ด : เนื้อปลาทับทิมผัดคื่นช่าย ไก่ภูเขาไฟ   และเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก อิ่มบุญ นอนหลับฝันดีกันถ้วนหน้า
วันที่สาม
« วัดพระพุทธบาทสี่รอย « วัดพระสิงห์ « วัดพระธาตุดอยคำ « กรุงเทพฯ «
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม
09.00 น.
เดินทางสู่ วัดพระพุทธบาทสี่รอย วัดที่ได้รับคำร่ำลือว่า “สวรรค์บนพื้นดิน” งดงามราวกับเทวดาเนรมิต ถึงแม้ตลอดทางจะเป็นทางคดเคี้ยวหักศอก แต่เมื่อมาถึงวัดทุกคนจะสามารถตอบตัวเองได้เลยว่าสมคำร่ำลือหรือไม่ และสิ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อมาถึงวัดคือไปสักการะรอยพระพุทธบาทที่มีถึง 4 รอย ซึ่งแต่ละรอยหมายถึง รอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ที่ล่วงลับมาแล้ว แต่ในสี่พระองค์นี้จะเป็นใครบ้างต้องไปติดตามฟังจากอาจารย์คฑา ในวันนั้น
 
 จากนั้นเดินทางกลับมาในอำเภอเมืองมาสักการะพระพุทธสิหิงห์ ณ วัดพระสิงห์ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่และแผ่นดินล้านนา พระพุทธรูปเป็นศิลปะเชียงแสนรู้จักกันในชื่อ "เชียงแสนสิงห์หนึ่ง"  ชมวิหารลายคำที่ถือเป็นวิหารล้านนาที่มีความงามสมบูรณ์แบบที่สุด ภายในวาดภาพที่ฝาผนัง (มีอายุในสมัยรัตนโกสินทร์) เป็นเรื่องสุวรรณหงส์ และเรื่องสังข์ทอง
 
ก่อนไปรับประทานอาหารเที่ยง ไปชม วัดพระธาตุดอยคำ กันก่อน เป็นอีกหนึ่งวัดที่ต้องขึ้นไปบนยอดเขาเล็กๆ เดิมวัดนี้มีชื่อว่า วัดสุวรรณบรรพต ถือเป็นวัดเก่าแก่ สร้างตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวีกษัตริย์แห่งลำพูน ภายในวัดประกอบไปด้วย เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ศาลาการเปรียญกุฏิสงฆ์  อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ “พระพุทธนพีสีพิงครัตน์” ตั้งเด่นสง่าอยู่ดึงดูดให้ผู้คนมาเคารพสักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคล   
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านบ้านวังตาล เมนูเด็ด : ปอเปี๊ยะพระจันทร์ ไก่รวนเค็ม ซี่โครงหมูอบสับปะรด แกงส้มชะอมกุ้ง และ ปลาทับทิมสองรส
บ่าย
สิ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อมาถึงเชียงใหม่ ไปช้อปปิ้งเลือกซื้อของฝากขึ้นชื่อของเชียงใหม่ อาทิ แคปหมู ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม ณ ตลาดวโรรส หลังจากแพ็คของเรียบร้อยแล้วเดินทางสู่สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
19.10 น.
ออกเดินทางจากสุโขทัย โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เที่ยวบินที่ PG 222
20.30 น.
กลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ



The Bodhi Serene 
All prices are subject to change without prior notice
Price Include :

 อัตรานี้รวม

  • ค่าบัตรโดยสารไป-กลับ กรุงเทพ- เชียงใหม่ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส พร้อมค่าธรรมเนียมประกันภัย เงินเพิ่มค่าเชื้อเพลิง และค่าภาษีสนามบินกรุงเทพและเชียงใหม่
  • ค่าที่พัก 2 คืน (2 ท่านต่อห้อง) ตามรายการ พร้อมอาหารเช้า ณ The Bodhi Serene, Chiang Mai
  • ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ พาหนะรับส่ง และมัคคุเทศก์ภาษาไทยตลอดรายการที่ระบุ
  • ค่ากิจกรรมต่างๆตามรายการ
  • ค่าอาหารกลางวัน 3 มื้อ และอาหารเย็น 2 มื้อ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง

Price Exclude :

อัตรานี้ไม่รวม

  • ค่าเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มเติมจากรายการที่กำหนด
  • สินน้ำใจสำหรับมัคคุเทศก์ พนักงานขับรถ และพนักงานส่งกระเป๋าที่โรงแรม
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ระบุในรายการข้างต้น อาทิ ค่ามินิบาร์ภายในห้อง ค่าซักรีด เป็นต้น

Remark :
เงื่อนไขการให้บริการและข้อควรทราบ
1. รายการข้างต้นจะต้องเดินทางไป-กลับภายในวันที่ 6-8 สิงหาคม 2553 เท่านั้น
2. หากชำระด้วยบัตรเครดิตจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 3% จากราคาสุทธิ
3. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการกำหนดผู้เดินทางอย่างต่ำ 20 ท่าน บริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการงดออกเดินทางหากมีผู้เดินทางไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด
4. รายการและราคาข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างการเดินทางเท่านั้น อาจมีการปรับเปลี่ยนได้โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
5. รายการข้างต้นจำเป็นต้องทำการสำรองล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน และชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดภายใน 15 วันก่อนออกเดินทาง
6. หลังจากออกบัตรโดยสารแล้ว บริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกหรือคืนเงินไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น และผู้เดินทางจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้นกับทางบริษัทฯ ทั้งหมด
7. เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ท่านงดใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธ์ ไม่สามารถเรียกร้องค่ามัดจำ และค่าบัตรโดยสารคืนได้ไม่ว่ากรณีๆ ทั้งสิ้น
8. กรณีที่สภาวะอากาศ สภาวะการเมือง ไม่อำนวย และไม่ปลอดภัยต่อการเดินทาง ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะงดการเดินทาง, งดการคืนค่าใช้จ่าย, ชดเชยในรูปแบบต่างๆ หากแต่จะพยายามทุกวิถีทางให้ท่านได้รับความพึงพอใจสูงสุด*
9. ธรรมเนียมปฏิบัติต่อผู้ให้บริการทั้ง พนักงานบริการในโรงแรม พนักงานขับรถ หรือมัคคุเทศก์นั้นคงเป็นการให้สินน้ำใจ หากแต่สินน้ำใจยังคงเป็นไปตามความพึงพอใจของท่านผู้เดินทางที่รับบริการจากบุคคลดังกล่าวโดยตรง ในกรณีนี้ทางบริษัทฯมิได้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่อย่างใด
10. การเดินทางท่องเที่ยวจะเป็นไปตามรายการที่กำหนดไว้ หากมีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงใดๆ และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมผู้เดินทางจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้นๆในทันทีที่เกิดรายการ
11. การเปลี่ยนแปลงรายการเดินทาง อาจกระทบเวลาของรายการมาตราฐาน ท่านผู้เดินทางทั้งคณะจะต้องยอมรับในเงื่อนไขดังกล่าว 12. บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการออกจากห้องพักเกินเวลาในกรณีที่ห้องพักของโรงแรมไม่เพียงพอ และผู้เดินทางจะต้องยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว
13. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการใดๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า

Note :
หมายเหตุ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงราคาและรายการทัวร์ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสายการบิน สถานการณ์บ้านเมือง สภาพอากาศ และสภาวะค่าเงินบาท แต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและยึดถือผลประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการออกนอกประเทศหรือห้ามเข้าประเทศ เนื่องจากผู้เดินทางมีสิ่งผิดกฏหมาย เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง และความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย การตัดสินใจของเจ้าหน้าที่สายการบิน, ตรวจคนเข้าเมือง, ศุลกากรหรืออื่นๆถือเป็นที่สุด ทางบริษัทฯไม่มีอำนาจใดๆในการขัดแย้งเพื่อให้ผลเป็นอย่างอื่น



[ << Back ]

About Us | Package Tours | Airfare | Contact Us
@2009 Pink Rose Holidays. All rights revered
Bangkok Airtour (1988) Co., Ltd.

1111 Ploenchit RD. Lumpini, Patumwan, Bangkok 10330, Thailand. Tel: +66 0 2255 8966, Fax: +66 0 2255 8969
E-mai : info@pinkroseholidays.com
E-commerce Registration no.:
7100403000720| Travel Agent License: 11/02506